Major Depressive Disorder
โรคซึมเศร้า สามารถพบได้ในบุคคลทุกเพศ
ทุกวัย ทุกสถานะ พบในผู้หญิงมาก กว่าผู้ชาย โรคนี้ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายจนทำให้เสียชีวิต แต่ความคิดที่ผิด ปกติจากโรคซึมเศร้า สามารถทำให้ผู้ป่วยมีมุมมองต่อตัวเองและคนอื่นผิดไป
จนทำร้ายตนเองได้ ดังนั้นจึงเป็นความสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้
สาเหตุ
ปัจจุบัน สาเหตุโรคซึมเศร้า
ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน เชื่อว่ามาจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งทางด้าน
ชีวภาพ จิตใจ และสังคม ( Biopsychosocial model ) โดยไม่ทราบว่าปัจจัยใดเกิดก่อนหลัง
แต่ทั้งนี้พบว่า สาเหตุทางกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยพบว่า
ถ้ามีญาติพี่น้องเป็นโรคซึมเศร้า จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น 2-3 เท่า
ปัจจัยอีกอันหนึ่งคือ ปัจจัยด้านสังคมที่ยุ่งเหยิง มีความเครียด วิธีเลี้ยงดูในวัยเด็ก
เช่น ครอบครัวที่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีประวัติถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก หรือ
การพลัดพรากจากบิดามารดา ทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึม เศร้าสูง
ก็ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ง่าย
อาการ
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
จะมีอารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ หมดความสนุก หรือหมดอาลัยตายอยาก ( Anhedonia )
คงอยู่นานตั้งแต่สองสัปดาห์ขึ้นไป โดยมีอาการด้านต่างๆ ดังนี้
อาการทางกาย
( Neurovegetative
or Somatic Symptoms ) เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ น้ำหนักลด
ปวดหัว/ปวดศีรษะ ปวดท้อง อ่อนเพลีย
อาการทางบุคลิกภาพ
เช่น มีอาการพูดช้า พูดเสียงเบา คิดช้า เคลื่อนไหวช้า แยกตัว
บางรายมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย นั่งไม่ติด ต้องเดินไปมา
อาการทางความคิด
ผู้ป่วยซึมเศร้ามักมีความคิดมองโลกแง่ร้าย วิตกกังวล ขาดสมาธิและความมั่นใจ
ในรายที่มีอาการมากๆ อาจหลงผิดมากจนเข้าขั้นโรคจิต ( Psychosis ) เช่น คิดว่าคนอื่นจะมาทำร้ายตนเอง และคิดฆ่าตัวตายได้ ในเด็กและวัยรุ่น
อาการแสดงจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยเด็กเล็กมักแสดงออกด้วยอาการไม่ยอมไปโรงเรียน
กังวลการแยกจากพ่อแม่ ( Separation Anxiety ) แต่ในเด็กโตจะมีอาการปวดตามตัว
รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง และตามมาด้วยปัญหาการเรียน สำหรับวัยรุ่นอาจแสดงออกเป็นอารมณ์ฉุนเฉียว
แยกตัว หนีเรียน และรุนแรงจนถึงการใช้ยาเสพติดการวินิจฉัย
มีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย
5 ข้อ
โดยอย่างน้อยต้องมีข้อ 1 หรือ ข้อ 2 หนึ่งข้อ ทั้งนี้ต้องมีอาการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย
2 สัปดาห์
ซึมเศร้า
ความสนใจหรือความเพลินใจในสิ่งต่างๆลดลงอย่างมาก
เบื่ออาหาร
หรือน้ำหนักลดลงมากกว่า 5% ใน 1 เดือน
นอนไม่หลับ หรือ นอนมากกว่าปกติ
Psychomotor
agitation หรือ retardation ( อาการทางจิตประสาท
เช่น หวาดระ แวง เห็นภาพหลอน หรือ หูแว่ว)
อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
รู้สึกตนเองไร้ค่า
หรือ รู้สึกผิด
สมาธิลดลง
ลังเลใจ
คิดเรื่องการตาย
หรือการฆ่าตัวตาย
การรักษา
การรักษาโรคซึมเศร้าประกอบด้วยการใช้ยาต้านเศร้าและจิตบำบัด
จิตแพทย์จะประเมินผู้ ป่วย และวางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วยอย่างละเอียด โดยส่วนใหญ่
โรคซึมเศร้าสามารถรักษาเป็นผู้ป่วยนอกได้ ยกเว้นกรณีอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น
ติดยาเสพติด หรือคิด หรือพยายามฆ่าตัวตาย จึงจำเป็นต้องรักษาแบบผู้ป่วยใน ซึ่งกระบวนการรักษา
ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนจึงสามารถบอกได้ว่าตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่
และจำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 ปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น