วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

โรค Major Depressive Disorder


Major Depressive Disorder

            โรคซึมเศร้า สามารถพบได้ในบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ พบในผู้หญิงมาก กว่าผู้ชาย โรคนี้ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายจนทำให้เสียชีวิต แต่ความคิดที่ผิด ปกติจากโรคซึมเศร้า สามารถทำให้ผู้ป่วยมีมุมมองต่อตัวเองและคนอื่นผิดไป จนทำร้ายตนเองได้ ดังนั้นจึงเป็นความสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้

สาเหตุ            

             ปัจจุบัน สาเหตุโรคซึมเศร้า ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน เชื่อว่ามาจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งทางด้าน ชีวภาพ จิตใจ และสังคม ( Biopsychosocial model ) โดยไม่ทราบว่าปัจจัยใดเกิดก่อนหลัง แต่ทั้งนี้พบว่า สาเหตุทางกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยพบว่า ถ้ามีญาติพี่น้องเป็นโรคซึมเศร้า จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น 2-3 เท่า ปัจจัยอีกอันหนึ่งคือ ปัจจัยด้านสังคมที่ยุ่งเหยิง มีความเครียด วิธีเลี้ยงดูในวัยเด็ก เช่น ครอบครัวที่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีประวัติถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก หรือ การพลัดพรากจากบิดามารดา ทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึม เศร้าสูง ก็ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ง่าย

อาการ

            ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จะมีอารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ หมดความสนุก หรือหมดอาลัยตายอยาก ( Anhedonia ) คงอยู่นานตั้งแต่สองสัปดาห์ขึ้นไป โดยมีอาการด้านต่างๆ ดังนี้
อาการทางกาย ( Neurovegetative or Somatic Symptoms ) เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ น้ำหนักลด ปวดหัว/ปวดศีรษะ ปวดท้อง อ่อนเพลีย
อาการทางบุคลิกภาพ เช่น มีอาการพูดช้า พูดเสียงเบา คิดช้า เคลื่อนไหวช้า แยกตัว บางรายมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย นั่งไม่ติด ต้องเดินไปมา
อาการทางความคิด ผู้ป่วยซึมเศร้ามักมีความคิดมองโลกแง่ร้าย วิตกกังวล ขาดสมาธิและความมั่นใจ ในรายที่มีอาการมากๆ อาจหลงผิดมากจนเข้าขั้นโรคจิต ( Psychosis ) เช่น คิดว่าคนอื่นจะมาทำร้ายตนเอง และคิดฆ่าตัวตายได้ ในเด็กและวัยรุ่น อาการแสดงจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยเด็กเล็กมักแสดงออกด้วยอาการไม่ยอมไปโรงเรียน กังวลการแยกจากพ่อแม่ ( Separation Anxiety ) แต่ในเด็กโตจะมีอาการปวดตามตัว รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง และตามมาด้วยปัญหาการเรียน สำหรับวัยรุ่นอาจแสดงออกเป็นอารมณ์ฉุนเฉียว แยกตัว หนีเรียน และรุนแรงจนถึงการใช้ยาเสพติด


การวินิจฉัย

            มีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 5 ข้อ โดยอย่างน้อยต้องมีข้อ 1 หรือ ข้อ 2  หนึ่งข้อ ทั้งนี้ต้องมีอาการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
           ซึมเศร้า
           ความสนใจหรือความเพลินใจในสิ่งต่างๆลดลงอย่างมาก
           เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดลงมากกว่า 5% ใน 1 เดือน
          นอนไม่หลับ หรือ นอนมากกว่าปกติ
          Psychomotor agitation หรือ retardation ( อาการทางจิตประสาท เช่น หวาดระ แวง เห็นภาพหลอน หรือ หูแว่ว)
          อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
          รู้สึกตนเองไร้ค่า หรือ รู้สึกผิด
          สมาธิลดลง ลังเลใจ
          คิดเรื่องการตาย หรือการฆ่าตัวตาย

การรักษา

            การรักษาโรคซึมเศร้าประกอบด้วยการใช้ยาต้านเศร้าและจิตบำบัด จิตแพทย์จะประเมินผู้ ป่วย และวางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วยอย่างละเอียด โดยส่วนใหญ่ โรคซึมเศร้าสามารถรักษาเป็นผู้ป่วยนอกได้ ยกเว้นกรณีอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น ติดยาเสพติด หรือคิด หรือพยายามฆ่าตัวตาย จึงจำเป็นต้องรักษาแบบผู้ป่วยใน ซึ่งกระบวนการรักษา ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนจึงสามารถบอกได้ว่าตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่ และจำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 ปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น