บุคลิกภาพแปรปรวน
( Personality Disorders )
สาเหตุ
๑.
ลักษณะที่ติดตัวบุคคลผู้นั้นมาตั้งแต่เกิด เช่น ลักษณะประจำตัวเด็กแต่ละคน
หรือการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์
เช่นมีผู้พบว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบอันธพาลมักจะมีบิดามารดาเป็นอันธพาล
แม้ว่าจะได้แยกเด็กไปให้คนอื่นเลี้ยงตั้งแต่วัยเด็กแล้วก็ตาม
นอกจากนั้นยังพบว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบอันธพาลจะมีลักษณะของคลื่นสมองผิดปกติบ่อยกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ
( Goodwin
และ Guze ค.ศ. ๑๙๗๙ )
๒. การพัฒนาทางบุคลิกภาพ เช่น
การอบรมเลี้ยงดูอย่างขาดความอบอุ่นในวัยทารก
อาจทำให้ทารกนั้นกลายเป็นผู้ใหญ่ซึ่งขาดความไว้วางใจสิ่งแวดล้อม
หรือยึดติดกับการพัฒนาทางบุคลิกภาพในระยะปาก คือ เป็นคนรับประทานจุกจิก ปากจัด
ชอบวิจารณ์ หรือติดสุราและยาเสพติด การเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการขับถ่ายในวัย ๑-๓
ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่ความสุขของเด็กอยู่ที่ทวารหนัก
ก็อาจทำให้เด็กคนนั้นกลายเป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ เคร่งครัดในคุณธรรม
หรือกังวลเรื่องความสะอาดมากเกินไป เป็นต้น
๓.
ประสบการณ์ในวัยเด็กอาจส่งเสริมพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น
๓.๑ เมื่อทำไม่ดีแล้วได้รับรางวัล
เช่น เมื่อเด็กต้องการอะไรซึ่งพ่อแม่ไม่ต้องการให้เด็กจะร้องเสียงดังลงดิ้นกับพื้น
หรือกระแทกศีรษะกับฝาผนัง ทำให้พ่อแม่จำต้องยอมให้สิ่งที่เด็กต้องการ
เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ เด็กจะมีนิสัยเอาแต่ใจตน และแสดงอารมณ์รุนแรงเมื่อถูกขัดใจ
๓.๒
การถูกอบรมเลี้ยงดูที่เคร่งครัดเกินไป การที่พ่อแม่เคร่งครัดไม่ผ่อนปรน
และขาดเหตุผลต่อเด็ก
เมื่อเด็กประพฤติผิดไปจากสิ่งที่พ่อแม่กะเกณฑ์ไว้ก็จะตำหนิหรือลงโทษเด็ก
โดยไม่ยอมรับฟังเหตุผลจากเด็ก อาจทำให้เด็กเป็นผู้มีพฤติกรรมก้าวร้าว
และประพฤติตรงกันข้าม กับที่พ่อแม่ต้องการ
๓.๓
การที่บิดามารดาหรือบุคคลที่มีอำนาจในครอบครัวมีบุคลิกภาพผิดปกติ
เด็กอาจลอกเลียนลักษณะที่ผิดปกติเหล่านั้นได้
๔. ปัจจัยทางจิต-สังคม ( psychosocial
factor ) มีผู้ศึกษาบุคคลที่มีบุคลิกภาพแบบอันธพาล
พบว่าบุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำ
อาศัยอยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม และมีภูมิลำเนาอยู่ในเมือง
บิดามารดามักทะเลาะกันเป็นประจำหรือแยกทางกัน ติดสุราหรือยาเสพติด
หรือมีบุคลิกภาพแบบอันธพาล
เพราะฉะนั้นปัจจัยทางจิต-สังคมอาจมีส่วนเป็นสาเหตุของบุคลิกภาพแปรปรวนได้เช่นกัน (
Goodwin และ Guze ค.ศ. ๑๙๗๙ )
๕. ความผิดปกติในหน้าที่ของสมอง
เช่น โรคลมชัก การอักเสบของสมอง Arteriosclerotic brain disease, Senile
dementia และ Alcoholism ฯลฯ ทำให้บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงได้
การจำแนกบุคลิกภาพแปรปรวน
Paranoid personality disorder
หรือบุคลิกภาพแปรปรวนแบบหวาดระแวง ประกอบด้วยลักษณะที่สำคัญ ได้แก่
มีความรู้สึกไวเกินควรต่อความผิดหวัง การถูกเหยียดหยาม หรือการถูกปฏิเสธ
และมีแนวโน้มจะเข้าใจการกระทำที่เป็นธรรมดา
หรือการกระทำที่หวังดีของคนอื่นว่าเป็นการก้าวร้าวหรือดูถูกดูหมิ่นตน
และมีความรู้สึกฝังแน่นว่าตนเองจะต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง
คนเหล่านี้มักจะอิจฉาริษยาผู้อื่นหรือรู้สึกว่าตนมีความสำคัญมากเกินไป
อาจรู้สึกว่าตนถูกผู้อื่นเหยียดหยามหรือเอาเปรียบ
ยิ่งกว่านั้นยังก้าวร้าวและดื้อรั้น และทุกรายจะคิดถึงตนเองมากผิดปกติ
หลักเกณฑ์การวินิจฉัย
๑.
มีความระแวงสงสัยอย่างมากโดยไม่มีเหตุผล และขาดความไว้วางใจผู้อื่น
๒.
อารมณ์หวั่นไหวง่าย
๓.
อารมณ์แคบ
Schizoid personality disorder หรือบุคลิกภาพแปรปรวนแบบแยกตัวประกอบด้วยลักษณะสำคัญ คือ ขี้อาย
ไม่ค่อยพูด และแยกตัวจากสังคมหรือจากการใกล้ชิดกับผู้อื่นร่วมกับเพ้อฝันถึงเรื่องของตนเองบ่อยๆ
พฤติกรรมอาจแปลกไปบ้าง
หรือมีพฤติกรรมซึ่งแสดงว่าบุคคลนั้นพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ซึ่งมีการแข่งขัน
หรือหลีกเลี่ยงการแสดงความรู้สึกหรือความก้าวร้าวของตนให้ผู้อื่นทราบ
หลักเกณฑ์ในการวินิจฉัย
๑. อารมณ์ชาเย็นและเย่อหยิ่ง
ไม่มีท่าทีที่อบอุ่นและนุ่มนวลต่อผู้อื่น
๒. ไม่ยินดียินร้ายต่อคำชม
คำวิพากษ์วิจารณ์ หรือต่อความรู้สึกของผู้อื่น
๓.
มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลไม่มากกว่า ๑ หรือ ๒ คน
ทั้งนี้รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวด้วย
๔. ไม่มีคำพูด พฤติกรรม
หรือความคิดแปลกๆ
Anankastic personality disorder
หรือบุคลิกภาพแปรปรวนแบบเจ้าระเบียบ สมบูรณ์แบบ หรือย้ำคิดย้ำทำ
ประกอบด้วยลักษณะสำคัญคือ ขาดความมั่นใจ ระแวงสงสัย
และรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างขาดตกบกพร่อง ทำให้เกิดความเกรงกลัวต่อบาป
ความระมัดระวัง และความรอบคอบมากเกินไป เพื่อให้เกิดความมั่นใจ รวมทั้งมีความดื้อรั้นดันทุรังด้วย
แต่ความรุนแรงไม่ถึงขนาดเป็นโรคประสาท
หลักเกณฑ์ในการวินิจฉัย
๑.
ขาดความสามารถที่จะแสดงความอบอุ่นและความสุภาพต่อผู้อื่น
๒. ไม่ค่อยเข้าใจปัญหาทั้งหมด
มักจะสนใจรายละเอียด กฎเกณฑ์ หรือระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ของปัญหาซึ่งไม่สำคัญ
๓. ต้องการให้ผู้อื่นกระทำตามวิธีของตน
โดยไม่สำนึกถึงความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับการกระทำเช่นนี้ของจน
๔. อุทิศตนให้กับงานและผลงานของตน
โดยไม่คำนึงถึงความสุขหรือคุณค่าแห่งมนุษยสัมพันธ์
๕. ตัดสินใจไม่ได้
มักไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ เนื่องจากกลัวความผิดพลาดมากเกินไป
Hysterical personality disorder
หรือบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรีย ประกอบด้วย ลักษณะที่สำคัญ คือ
อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายไม่มั่นคง ไม่เป็นตัวของตัวเอง
ต้องการความชื่นชมยินดีและความเอาใจใส่จากผู้อื่นมากผิดปกติ ถูกชักจูงง่าย
และจะแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางมากเกินไป ( dramatize ) มักไม่บรรลุวุฒิภาวะทางเพศ
เช่น เป็นกามตายด้าน และเมื่อมีความกดดันอาจแสดงอาการของโรคประสาทแบบฮีสทีเรียได้
Sociopathic or asocial
personality disorder หรือบุคลิกภาพแปรปรวนแบบอันธพาล
หรือแบบต่อต้านสังคม ประกอบด้วยลักษณะสำคัญ คือ อารมณ์ไม่มั่นคง ขาดจริยธรรมและคุณธรรม
การตัดสินใจไม่ถูกต้อง และขาดความซื่อสัตย์ต่อบุคคลอื่นหรือหมู่คณะ
ปราศจากความเมตตากรุณา เอาแต่ใจตนเองโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น
และขาดความรับผิดชอบอาจก่อพฤติกรรมรุนแรงโดยไม่สามารถควบคุมได้
และเมื่อกระทำแล้วก็จะพยายามหาเหตุผลให้กับการกระทำนั้นโดยไม่มีความสำนึกผิด
ทั้งการลงโทษก็ไม่ทำให้เขาเข็ดหลาบ
บุคคลที่มีบุคลิกภาพแบบนั้นไม่ว่าเป็นอันตรายต่อสังคมถ้าเกิดความคับข้องใจ
หลักเกณฑ์ในการวินิจฉัย
๑.
อายุที่กำลังมีความผิดปกติต้องไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี
๒.
ต้องเริ่มมีอาการก่อนอายุ ๑๕ ปี
๓.
ต้องมีลักษณะต่อไปนี้อย่างน้อย ๔ ประการ ตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี
๓.๑ ไม่สามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ
คือ จะเปลี่ยนงานบ่อย อย่างน้อย ๓ งานในเวลา ๕ ปี โดยไม่เกี่ยวกับลักษณะของงาน
เศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ตกงานเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๖ เดือนในเวลา ๕
ปี หรือหนีงาน คือ มาสายหรือขาดงานอย่างน้อย ๓ วันใน ๑ เดือน
หรือออกจากงานโดยไม่มีงานใหม่คอยอยู่หลายครั้ง
๓.๒
ขาดความสามารถรับผิดชอบในฐานะเป็นพ่อแม่ เช่น ปล่อยให้ลูกขาดอาหาร เจ็บป่วยบ่อย ๆ
เนื่องจากมาตรฐานทางอนามัยต่ำ เวลาลูกเจ็บหนักก็ไม่ได้ให้การรักษา
เพื่อนบ้านต้องช่วยเหลือให้อาหารและที่อยู่แก่เด็ก
ไม่จัดหาผู้ปกครองเด็กซึ่งอายุต่ำกว่า ๖ ปี เมื่อคนซึ่งเป็นพ่อแม่ต้องออกไปนอกบ้าน
และจ่ายเงินส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือยทั้งที่เงินนั้นควรจะนำมาใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นในครอบครัว
๓.๓
ไม่เคารพกฎหมายโดยมีการลักขโมยบ่อยๆ ประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย ถูกจับหลายครั้ง
และทำผิดคดีอาญา
๓.๔
ไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับคู่ร่วมเพศ
ดังจะเห็นว่ามีการหย่าและ/หรือแยกกันอยู่ตั้งแต่ ๒ ครั้งขึ้นไป
หรือมีประวัติการสำส่อนทางเพศซึ่งได้แก่การมีคู่ร่วมเพศตั้งแต่ ๑๐
คนขึ้นไปภายในระยะเวลา ๑ ปี
๓.๕ หงุดหงิดหรือก้าวร้าว
เห็นได้จากการต่อสู้หรือการกระทำรุนแรง รวมทั้งการตบตีบุตรและคู่สมรส
๓.๖ ไม่รับผิดชอบเรื่องการเงิน
เห็นได้จากมีการโกงหนี้ ไม่สามารถเลี้ยงดูบุตร หรือคนที่อยู่ในความอุปการะ
๓.๗ ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า
หรือทำอะไรโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ เช่น จะเดินทางก็ไม่จัดการเรื่องการงานให้เรียบร้อย
หรือไม่มีเป้าหมายในการเดินทาง ว่าเมื่อไรจะกลับ
หรือไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนเป็นเวลา ๑ เดือนหรือมากกว่า
๓.๘ ไม่คำนึงถึงความซื่อสัตย์
โดยการกล่าวคำเท็จบ่อยๆ ใช้ชื่อปลอม คดโกงคนอื่นเพื่อหากำไรใส่ตัว
๓.๙ ทำอะไรโลดโผน เช่น ขับรถขณะเมาสุรา
หรือขับรถเร็วเกินไป
๔.
มีพฤติกรรมอันธพาล
โดยการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นติดต่อกันโดยไม่มีระยะที่เป็นปกติอย่างน้อย ๕ ปี
ในระหว่างช่วงอายุ ๑๕ ปีจนถึงปัจจุบัน
๕.
บุคลิกภาพแบบอันธพาลนี้ไม่ได้เกิดจากสภาวะปัญญาอ่อน โรคจิตเภท
หรือโรคจิตทางอารมณ์แบบคลั่ง
Affective personality disorder
ประกอบด้วยลักษณะที่สำคัญ คือ
มีอารมณ์เศร้าหรืออารมณ์เป็นสุขต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
หรือมีอารมณ์เศร้าสลับกับอารมณ์เป็นสุข ในระยะที่มีอารมณ์เศร้าจะมีความกังวล
มองโลกแต่ในแง่ร้าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง และรู้สึกว่าตนหาประโยชน์มิได้ แต่ในระยะที่อารมณ์เป็นสุข
จะมีความทะเยอทะยาน กระตือรือร้น มองโลกในแง่ดีเพียงอย่างเดียว
และรู้สึกว่าชีวิตและกิจกรรมทุกอย่างของตนสนุกสนาน
Explosive personality disorder ประกอบด้วยลักษณะสำคัญ คือ อารมณไม่มั่นคง และไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธ
อารมณ์เกลียด อารมณ์รุนแรง หรืออารมณ์รักของตนได้
อาจแสดงความก้าวร้าวออกทางคำพูดหรือการกระทำรุนแรง
สาเหตุของความก้าวร้าวมักเกิดจากสิ่งกระตุ้นทางสังคมหรือจิตใจ
และมักเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เหมาะสมกับการตอบสนองทางอารมณ์ของบุคคลนั้น
หลังจากการกระทำรุนแรงเขามักรู้สึกเสียใจ แต่ก็ยังคงกระทำเช่นเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อย่างไรก็ดีคนพวกนี้ตามปกติจะไม่กลายเป็นบุคคลอันธพาล
Asthenic personality disorder ประกอบด้วยลักษณะสำคัญ คือ มักทำตามความต้องการของผู้ใหญ่หรือผู้อื่นง่าย
มีการตอบสนองต่อความต้องการในชีวิตประจำวันของตนน้อย ไม่มีพลัง ซึ่งอาจแสดงออกทางด้านเชาวน์ปัญญาและอารมณ์
และหวั่นไหวง่ายต่อความกดดันทุกชนิด รวมทั้ง มองโลกแต่ในแง่ร้ายอยู่เสมอ
และไม่ค่อยมีอารมณ์สนุกสนานรื่นเริง
การรักษาบุคลิกภาพแปรปรวน
การรักษาปัญหาบุคลิกภาพแปรปรวนเป็นสิ่งที่ลำบากมาก
เพราะบุคคลผู้นั้นมักไม่มีความต้องการจะรักษา การมาพบแพทย์มักเนื่องจากผู้อื่น
เช่น บิดามารดา คู่สมรส หรือนายจ้าง รบเร้าให้มา
แต่ก็มีบางรายที่มาเพราะกังวลจากผลสะท้อนทางสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมของตน
หรือเพราะเริ่มค่อยๆ เข้าใจว่าตนผิดปกติ หลักการรักษาคือ
๑. จิตบำบัดอย่างลึก ( intensive
psychoanalytically oriented psychotherapy )
๒. จิตบำบัดเฉพาะตัว ( individual
therapy ) การรักษาจะมุ่งเฉพาะพฤติกรรมที่ผิดปกติมากกว่าจะมุ่งที่ความขัดแย้งภายในจิตใจ
๓. จิตบำบัดกลุ่ม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น